อาศรมไม่ว : เพราะอะไรโนรากับลิเกใส่ถุงเท้า ตามฝรั่งหรือตามแขก


คนเขียนสุกรี ก้าวหน้าสุข
เพราะเหตุไรโนรากับลิเกใส่ถุงเท้า
ตามฝรั่งหรือตามแขก

ถ้าหากโนรากับลิเกปรับปรุงมาจากละครนอก โนรากับลิเกก็จำเป็นต้องเลียนแบบความประพฤติของเจ้าในราชสำนัก เช่น การแต่งกาย ความประพฤติปฏิบัติคำกริยาของเจ้า ภาษาราชาศัพท์ เรื่องราวที่ใช้เล่นลิเก ส่วนลิเกป่านั้นมิได้แต่งองค์ทรงเครื่องตามวิถีแบบเจ้า ลิเกองค์การอนามัยโลกลูเป็นการสวดมนตร์บทดิเกร์ของพวกชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ หรือแขกเจ้าเซ็น ซึ่งเป็นบทยกย่องมอบให้แก่พระเจ้า ลิเกพวกนี้ไม่ใส่ถุงเท้า มิได้แต่งตัวหรูหรา
พวกลิเกทรงเครื่องนิยมแต่งตัวด้วยเครื่องเพชรพลอยสวยโดยเอาอย่างเครื่องทรงของกษัตริย์ในยุครัชกาลที่ 5 (พุทธศักราช2423) พวกแขกเจ้าเซ็นได้สวดมนตร์เข้าเสนอตัวสำหรับในการบำเพ็ญพระราชบุญกุศล ถัดมาก็มีการสวดมนตร์พลิกแพลงเป็นลำนำ ร้องออกเป็นภาษาต่างๆมีลูกหมดออกบันเทิงใจ ออกแขก ถัดมาลิเกได้เล่นอย่างละคร มีเรื่องมีราวเล่นเป็นอีกทั้งชาดก นิทาน รวมทั้งนิยาย ตัวนำของลิเกใส่ถุงเท้า
ลิเกคือการแสดงคร่าวๆแต่งตัวบาดตา รำก็ไม่พิถีพิถัน ร้องก็ไม่เพราะ เอาทางเบิกบาน คำพูดตลกตลก เป็นพวกจำอวด ไม่เอาจริงเอาจัง วางใจมิได้ แม้กระนั้นจะสร้างลักษณะเด่นได้ก็เรียกว่า “ลิเก” เป็นไปได้เพียงแค่ชั่วคราว
“อันยิเกลามกเฮฮาเล่น รำเต้นสิ้นอายไม่ขายขี้หน้า
ไม่สมควรจำเป็นแบบเรียน ชอบพาเสื่อมเสียยับเยินเอ่ย” ร้อยกรองบทดอกสร้อย
คนแก่อดีตจะสอนลูกผู้หญิงว่า “นายท้ายเรือเมล์ยิเกตำรวจ คนเขาสวดมนตร์ว่าไม่ดี” ไม่สมควรคบ อยู่ในเพลงของไวพจน์ เพชรทอง
พวกโนรานั้นเดิมย้ำชุดรวมทั้งท่ารำสวยสดงดงามแบบนางสวรรค์เทพเจ้าผสมกับกายกรรม (จีน) มีการว่าบท ขับร้อยกรอง และก็ร่ายรำ (ซัดท่า) แต่งตัวดูดีสวยอย่างเจ้า มีเครื่องเพชรพลอยพราวแพรว ผู้แสดงนำของโนราโดยเฉพาะอย่างยิ่งโนราที่มีอาจารย์จะใส่ถุงเท้า เว้นเสียแต่โนราของประชาชนที่เรียกว่า “โนราโกลน” ไม่แต่งตัวและไม่ได้ใส่ถุงเท้า
เมื่อได้เรียนรู้เพลงไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงฝรั่งแล้วก็เพลงแขก เป็นเพลงที่อยู่ในดนตรีไทยอีกทั้งในวงมโหรีและก็วงพิณพาทย์ทำให้ใกล้คำตอบที่ว่า “เพราะอะไรโนรากับลิเกก็เลยใส่ถุงเท้า” เพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลเพลงต้นวรเชษฐ์ เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองเป็นฝรั่ง ซึ่งมั่นใจว่าตัวการมาจากเพลงต้นประเทศโปรตุเกส เนื่องจากว่าทำนองเป็นฝรั่ง เมื่อเพลงตกอยู่ในวงดนตรีไทยมาหลายชั่วลูกชั่วหลาน ทำให้เพลงต้นวรเชษฐ์ผสมแปลงเป็นเพลงไทยเดิมโดยที่ไม่รู้จักที่มา ไม่มีหลักฐาน และก็ชี้แจงได้ยาก คนใดเป็นคนแต่ง เข้ามาอยู่วงดนตรีไทยได้ยังไง โดยรูปลักษณ์ของเพลงต้นวรเชษฐ์นั้นมีสำเนียงเป็นเพลงฝรั่ง (สากล)
ต้นวรเชษฐ์แปลงเป็นเพลงไทยยอดฮิต ตกทอดต่อกันมาเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เป็นเพลงทำนองเก่าในยุคอยุธยา ใช้หน้าทับสองไม้ คุณครูกล้อยในบางช้าง นำทำนองมาดัดแปลงใหม่ชื่อ เพลงดูแสงเดือน
เพลงต้นวรเชษฐ์ในทางสากล พระเจนดุริยางค์ (พุทธศักราช2426-2511) ได้นำทำนองมาเรียบเรียงขึ้นสำหรับวงออเคสตรา ถัดมาวงสุนทราภรณ์ได้นำทำนองไปแต่งเป็นเพลงรำวง “เพลงวันนี้วันดี” ส่วนคุณครูบรู๊ซ เอ็งสตัน (Bruce Gaston) ได้เอาทำนองต้นวรเชษฐ์มาเรียบเรียงใหม่ใช้เป็นเพลงเปิดรายการทีวีช่อง 9
อสมท ในเพลงลูกทุ่งคุณครูชลธี ห้วยทองคำ ได้นำท่วงทำนองต้นวรเชษฐ์มาใส่เนื้อร้องใหม่ เปลี่ยนเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมชื่อเพลง “รับประทานอะไรถึงงาม” ขับขานโดยเย็น คำสัญญา มีเพลงตอบโต้ “ทานข้าวกับน้ำพริก” ร้องเพลงโดยผ่องใสศรี วรนุช
หากเพลงต้นวรเชษฐ์ เป็นเพลงฝรั่งประเทศโปรตุเกส (Portuguese) ยุคอยุธยา ซึ่งชาวประเทศโปรตุเกสได้เข้ามาในประเทศสยาม พุทธศักราช1998 ยุคสมเด็จพระเจ้าวังทองคำ (พุทธศักราช2172-2199) ชุมชนประเทศโปรตุเกสในอยุธยามีความรุ่งโรจน์มากมาย ชาวประเทศโปรตุเกสเล่นดนตรีเล่นเพลง สงสัยจะเรียกว่า เพลงต้นวรเชษฐ์ หรือต้นประเทศโปรตุเกส
ที่จะเกี่ยวโยงกับ “ถุงเท้า” มั่นใจว่าถุงเท้ามาพร้อมกับฝรั่งประเทศโปรตุเกส ครั้งที่ประเทศโปรตุเกสมอบเครื่องราชของถวาย แต่ว่าก็ไม่มีหลักฐานบันทึก ได้แต่ว่าคิดแล้วก็โมเมเอาว่าประเทศโปรตุเกสนำถุงเท้าเข้ามาด้วย ซึ่งในยุคพระเชษฐาธิราช (พุทธศักราช2140-2171) ประเทศโปรตุเกสมีหน้าที่สูงทางด้านการเมืองยุคกรุงศรีอยุธยา ชาวประเทศโปรตุเกสได้มอบให้ “เสื้อเกราะทำด้วยผ้าซาตินสีแดงเลือดหมู หอก โล่ หมวกเหล็กตกแต่งอย่างงดงาม ปืน แล้วก็ลูกปืนดินดำ” แต่ว่าไม่เจอถุงเท้า

ต่อนี้ไปมาถึงเพลงแขกอิหร่าน ซึ่งมีอยู่หลายเพลง เป็นต้นว่า แขกเชื้อเชิญเจ้า แขกเจ้าเซ็น แขกสะระหม่า แขกสาย ดวงเดือนชกมวย แขกต่อยหม้อ แขกหนัง แขกสาหร่าย แขกถอนสายบัว ตะเขิ่งเจ้าเซ็น ฯลฯ กรณีแขกเจ้าเซ็นหมายคือ องค์การอนามัยโลกเซ็น บินอาลี ซึ่งเป็นหัวหน้าแขกชาวมุสลิม นิกายชีอะห์ แขกกลุ่มนี้เข้ามาค้าขายและก็เผยแผ่ศาสนาในยุคอยุธยา พิธีการเต้นเจ้าเซ็นหรือการแห่เจ้าเซ็นมะหะหร่ำ เป็นการแห่ศพเจ้าเซ็น ซึ่งเป็นหลานของพระศาสดา
(นบีโมฮัมหมัด) ที่ถูกฆ่าที่เมืองคาร์บาลา (Karbala) ในอิรัก เป็นชาวมุสลิมต่างนิกายขัดแย้งกันเอง กระบวนการทำพิธีการแห่ศพเจ้าเซ็นหัวหน้านิกายชีอะห์มีอยู่ในขณะนี้ที่กุฏิรุ่งเรืองพาศน์ ขอบลำคลองบางหลวง มีเพลงแขกเจ้าเซ็น แขกชวนเจ้า ร่วมอยู่ในพิธีการ
การแห่เจ้าเซ็นมีลักษณะอาการตีอกชกหัว วงปี่กลองก็เชิดแห่ ซึ่งนำวงดนตรีมาใช้ในวงปี่มวยในขณะนี้ พิธีการไหว้คุณครูมวยในเวทีชกมวย ปี่เป่าเพลงสะระหม่า มวยต่อยชูที่ 1-4 ปี่จะเป่าเพลงแขกเจ้าเซ็น ส่วนชูที่ 5 ปี่เป่าเพลงเชิด
เพลงแขกเชื้อเชิญเจ้า มีเรื่องที่น่าสงสัยและก็ทำให้เกิดความสับสนว่า เป็นแขกพวกไหน แขกมลายู แขกประเทศอินเดีย (พราหมณ์) แขกอาหรับ แขกอิเหนา แขกอิหร่าน (แขกมัวร์) ซึ่งทำนองแขกเชิญชวนเจ้าเป็นเพลงแขกอิหร่าน
แขกอิหร่าน (แขกเจ้าเซ็น) ตอนนี้เป็นประเทศอิหร่าน เข้ามาในประเทศไทยยุคจังหวัดสุโขทัย มีหลักฐานในแผ่นจารึกเอ๋ยถึงตลาดปสาน (บาซาร์) เป็นตลาดภาษาอิหร่าน คำว่าเหรียญเป็นเรียล ภาษาอิหร่าน กุหลาบเป็นดอกไม้ที่เอามาปลูกไว้ในอยุธยา ดอกกุหลาบ (กุล็อบ) ภาษาอิหร่าน ผ้าขาวม้าลายเป็นตาราง (ค่ะมาบัน) แนวทางเหน็บกระบี่ยาวแบบชาวแขกเหน็บกริช ทหารสัญญาบัตรแต่งตัวเหน็บกระบี่ ใช้หมวกทรงสูงของเจ้าขุนมูลนาย (ลอมพอก) การแต่งตัวเจ้าขุนมูลนายในยุคอยุธยา (โกษาหัวหน้าปาน) สวมเสื้อเสื้อครุยเจ้าขุนมูลนาย ทั้งสิ้นเป็นวัฒนธรรมอิหร่าน
สำเภาขนสินค้าของแขกเฉกอะหมัด (กำเนิดในประเทศอิหร่าน พุทธศักราช2086) ฯลฯเครือญาติบุนนาค มาค้าขายในประเทศไทยเมื่อ พุทธศักราช2145 ยุคสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช (พุทธศักราช2133-2148) ถัดมาได้ทำงานรับราชการสนิทสนมพระผู้เป็นเจ้าสยามประเทศและก็มีหน้าที่ทางด้านการเมือง การปกครอง รวมทั้งการค้าขาย
วัฒนธรรมอิหร่านมีผลกระทบในยุคสมเด็จพระทุ่งนารายณ์มหาราช (พุทธศักราช2199-2231) พ่อค้าชาวอิหร่านได้ตำแหน่งสูงในราชสำนัก นายจ้างและก็ชนชั้นสูงแต่งตัวแบบอิหร่าน เป็นต้นว่า เสื้อฉลองพระองค์ชุดครุยกษัตริย์ เสื้อคลุมยาว กางเกงที่มีขายาว เสื้อใน หมวกแหลมเรียกลอมพอก โดยดัดแปลงแก้ไขจากผ้าโพกผ้ากับชฎาใส่รวมกัน ฉลองพระบาทเชิงงอน มีถุงเท้ารวมทั้งรองเท้า ซึ่งนำเข้ามาจากอิหร่าน ให้มองการแต่งตัวของพระยาพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นชุดแขกอิหร่าน วัฒนธรรมอิหร่านบอกไว้ชัดว่ามีถุงเท้าใส่ไว้ภายในชุดนายจ้างชั้นสูงกระจ่าง
การแต่งกายของนายจ้างชั้นสูงได้รับแบบอย่างอิทธิพลจากอิหร่าน เป็นการเลื่อนฐานะให้ไม่เหมือนกันกับชนชั้นสามัญทั่วๆไปกระจ่างแจ้ง เนื่องจากว่าเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ที่นำเข้ามาจากอิหร่านนั้นราคาแพงแพง คนเดินดินคนธรรมดาไม่อาจจะหาซื้อได้ ที่สำคัญเป็นเกิดเรื่องแปลกไม่เหมือนกันกับประชาชน
เพลงแขกเชื้อเชิญเจ้าก็เลยเป็นเพลงที่บอกฐานะของเจ้า บอกฐานะของชนชั้นสูง รวมชุดแต่งกายการแต่งกาย เครื่องเพชรพลอย รองเท้าถุงเท้า เพลงแขกชักชวนเจ้าก็เลยเป็นเครื่องเพชรพลอยตำแหน่งและก็บรรดาศักดิ์ของเจ้าในยุคอยุธยา
เดี๋ยวนี้โนรารวมทั้งลิเกก็ตายแทบหมดแล้ว เหลือไว้เพียงแค่ชื่อ แม้กระนั้นไม่มีพื้นที่แสดง ไม่มีพื้นที่หาเลี้ยงชีพ ไม่มีอาชีพ การแต่งตัวของลิเกใส่ถุงเท้าตามแบบของเจ้า ส่วนโนรานั้นใส่ถุงเท้าได้ต้นแบบมาจากลิเกอีกทอดหนึ่ง การใส่ถุงเท้าของโนราและก็ลิเก ก็เพื่อมองว่าเป็นศิลป์ชั้นสูงอยู่ใกล้นายจ้างหรืออยู่ใกล้ฝรั่งที่เป็นสากล
สุกรี เจริญก้าวหน้าสุข

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.