คุณครูอันธพาล ฉุนเด็ก มัธยม1 ฝึกซ้อมน่วมฐานเหยียบเท้า ตามคร่อมร่างแล้วต่อยหน้า


แม่นักเรียนชายชั้น มัธยม1 อำเภอคู จังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ยินยอมและก็รับมิได้ ข้างหลังถูกคุณครูชายสอนวิชาหน้าที่พลเมือง ต่อยหน้ากระทั่งบอบช้ำ ฐานเผลอไปเหยียบเท้าอาจารย์ เด็กเปิดเผยขออภัยสุดแท้แต่อาจารย์ไม่ยินยอม ท้าทายต่อย ไม่สู้แม้กระนั้นโดนคล่อมร่างต่อยจนถึงบอบช้ำหมดทั้งตัว
วันที่ 22 มกราคม64 นางสาวรักษิณา หมู่ไธสง อายุ 42 ปี ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูน้ำ จังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อว่า ลูกชายวัย 13 ปี ผู้เรียนชั้น มัธยม1 สถานที่เรียนบ้านสาวเอ้ ถูกคุณครูชายในสถานที่เรียน รังควานด้วยการต่อยกระทั่งบริเวณใบหน้าปูดบวม และก็ต้องการวิงวอนความเที่ยงธรรม
จากการตรวจทาน เจอ เด็กชายนิก (สมญานาม) อายุ 13 ปี ผู้เรียนชั้น มัธยม1 ของสถานศึกษาดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ยังมีร่องรอยการเช็ดกรังแกระบมตามบริเวณใบหน้า แล้วก็ตามร่างกายหลายที่
ซึ่งจากการไต่ถาม เด็กชายนิก รู้ว่า แผลทั้งปวงที่เกิดขึ้น มาจากคุณครูโจ๊ก เป็นคุณครูสอนวิชาหน้าที่พลเมือง รังแกด้วยการคร่อมร่างแล้วต่อยตามบริเวณใบหน้าหลายที โดยตนเองไม่มีช่องทางแจกแจง
โดย เด็กชายนิด เล่าว่า เมื่อเวลา 10.00 น.(22 เดือนมกราคม) ตนกับเพื่อนฝูงกำลังหยอกเย้ากันบนตึกเรียน เป็นจังหวะที่อาจารย์โจ๊ก เดินผ่านมาพอดิบพอดี ทำให้เท้าตนไปเหยียบใส่เท้าคุณครูโจ๊ก โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เลยได้เพียงแค่ยกมือขึ้นไหว้ขออภัย คุณครูโจ๊กได้ใช้มือตบหัว 1 ครั้ง ส่วนตัวเองกับสหายได้แยกย้ายกัน
เมื่อตนเดินลงมาถึงด้านล่างของตึกเรียน คุณครูโจ๊กได้เดินตามมา กับท้าตีท้าต่อยตนเอง ก็เลยตอบไปว่า”บ่ๆ” แล้วต่อจากนั้นคุณครูโจ๊ก ได้แสดงความไม่พึงพอใจ แล้วผลักตนให้ล้มลง แล้วก็ใช้หมัดต่อยตามบริเวณใบหน้าหลายที จนกระทั่งอาจารย์ในสถานที่เรียนมองเห็นแล้วมาแยกออก ต่อจากนั้นมองไม่เห็นอาจารย์โจ๊กอีกในวันนั้น
นางสาวรักษิณา หมู่ไธสง แม่น้องนิก กล่าวเหตุว่า วันที่เกิดเหตุรู้สึกตกอกตกใจ เมื่อมองเห็นภาวะลูกชายบริเวณใบหน้าบวมปูด มีแผลตามร่างกายหลายที่ เมื่อซักถามลูกแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของอาจารย์โจ๊ก ก็เลยไปแจ้งควมกับ ร้อยตำรวจเอกสุริยะ ลีนุรัตน์ รองสารวัตร(สืบสวน) สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมพาลูกไปตรวจสุขภาพที่ โรงพยาบาลคูน้ำ โดยจะไม่ยินยอมความโดยเด็ดขาด เพราะว่าถือได้ว่าเป็นการทำที่ร้ายแรงเกินกว่าความเป็นคุณครู

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.